Language 🌐🇬🇧 🇹🇭 🇰🇷 🇯🇵 🇫🇷 🇪🇸 🇩🇪 🇹🇼 🇮🇹 🇵🇹 🇸🇦

วีซ่า DTV คือ อะไร?

วีซ่า DTV คือ อะไร

DTV วีซ่า ย่อมาจาก Destination Thailand Visa หรือจะให้แปลแบบตรงตัวคือ วีซ่าที่มีจุดหมายปลายทางประเทศไทย ซึ่งเป็นวีซ่าที่เริ่มใช้ในเดือนกรกฏาคม 2024 โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวระยะยาว และสนับสนุน SoftPower ที่มีชื่อเสียงอย่างอาหารไทย หรือ การเรียนมวยไทย โดยมีจุดประสงค์ที่จะเพิ่มจำนวนชาวต่างชาติให้เข้ามาใช้ชีวิตในเมืองไทย เพื่อดึงเม็ดเงินจากต่างประเทศมาฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ตกต่ำจากเหตุการณ์โควิด -19 และเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ดูข่าวการประกาศใช้วีซ่า DTV จากอดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐาทวีสิน เมื่อปี 2567 ที่ https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2438/iid/291863

วีซ่า DTV คือ

*ประกาศจากกระทรวงมหาดไทย เรื่องวีซ่า DTV คืออะไร

ข้อดีของวีซ่า DTV คืออะไร?
  • อยู่ในเมืองไทยได้ยาวนานถึง 5 ปี เมื่อเทียบกับวีซ่าท่องเที่ยวที่อยู่ได้สูงสุดแค่ 2 เดือน
  • มีค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่าที่ไม่แพง เมื่อเทียบกับวีซ่าชนิดอื่นๆ
    • – ค่าธรรมเนียมของ DTV ครั้งละ 10,000 บาทต่อวีซ่า 5 ปี เทียบกับ อีลิทวีซ่า ที่เริ่มต้น ครั้งละ 650,000 บาท หรือ LTR วีซ่าที่ค่าธรรมเนียม 50,000 บาท
  • เป็นวีซ่าที่มีขั้นตอนและเอกสารน้อยกว่าวีซ่าชนิดอื่นๆ สามารถขอออนไลน์ได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปที่สถานทูตโดยตรง(ยกเว้นบางสถานทูตที่ต้องไปสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง)
  • ใช้เวลาในการอนุมัติรวดเร็ว – โดยปกติใช้เวลา 1 – 4 อาทิตย์ เทียบกับวีซ่าอีลิท หรือ LTR ที่ใช้เวลาอย่างน้อย 2 เดือน
  • ใช้เอกสารน้อย ต้องมีหลักฐานทางการเงินคือมีเงินฝากไม่น้อยกว่า 500,000 บาท และ มีหนังรับรองการทำงานระยะไกล หรือหนังสือรับรองการเรียนมวยไทยจากสถาบันที่ได้รับการรับรองจากภาครัฐ(อย่างใดอย่างหนึ่ง)
ข้อจำกัดของวีซ่า DTV
อยู่ในประเทศไทยได้ครั้งละไม่เกิน 180 วัน
  • มื่อใกล้ครบ 180 วันแล้ว ผู้ที่ถือวีซ่า DTV ต้องเดินทางออกนอกประเทศ แล้วกลับเข้ามาในประเทศใหม่อีกครั้งเพื่อผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และยืดอายุการอยู่ในไทยไปได้อีก 180 วัน
  • หรือในอีกกรณี ก็สามารถที่จะต่ออายุวีซ่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในประเทศไทยได้(แต่เงื่อนไขยังไม่ชัดเจน ทางเราแนะนำให้เดินทางเข้า-ออก แล้วกลับเข้ามาใหม่ จะสะดวกกว่า)
  • โดยสรุป DTV วีซ่าจะทำให้สามารถเข้าออกในเมืองไทยได้ไม่จำกัดครั้งตลอดระยะเวลา 5 ปี โดยที่เข้าออกแต่ละครั้งอยู่ในไทยได้ไม่เกิน 180 วัน
ไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้
  • เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย มีคำสั่งให้งดการเปิดบัญชีธนาคารให้กับนักท่องเที่ยวที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวทุกชนิด ทำให้ผู้ที่ถือวีซ่า DTV ไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้

 

กฎเกณฑ์ในการขอวีซ่า DTV ยังไม่มีความชัดเจนในหลายๆเรื่อง

สถานทูตไทยแต่ละแห่งก็มีเงื่อนไขในการพิจารณาวีซ่า DTV ที่ไม่เหมือนกัน (เนื่องจากรัฐบาลไทยให้สิทธิ ในการอนุมัติหรือการกำหนดเงื่อนไขการพิจารณาอนุมัติวีซ่า เป็นสิทธิ์ขาดของสถานทูตไทยแต่ละแห่งเลย) 

แต่จากประสบการณ์ในการยื่นขอวีซ่า DTV ของเราที่มีมากกว่า 600 เคส และมีประสบการณ์ในการยื่นขอมากว่า 30 สถานทูตทั่วโลก เราสามารถแนะนำสถานทูตที่เหมาะสมกับเงื่อนไขของผู้สมัครแต่ละท่านเพื่อให้ได้รับโอกาสการอนุมัติสูงที่สุด
โดยสรุป วีซ่า DTV เป็นวีซ่าท่องเที่ยวอายุ 5 ปี เหมาะสำหรับคนที่้้ต้องการอยู่ไทยเป็นระยะเวลายาวๆ โดยที่ไม่ต้องยื่นเอกสารสมัครวีซ่าที่ซับซ้อน และพร้อมที่จะเดินทางเข้าออก ประเทศไทย ทุกๆ 180 วัน และไม่ต้องการเสียค่าธรรมเนียมวีซ่า ราคาแพงแบบวีซ่าชนิดอื่น ถ้าชาวต่างชาติที่คุณรู้จักต้องการอยู่ไทยยาวๆ โดยมองหาวีซ่าที่มีราคาคุ้มค่าที่สุด วีซ่า DTV คือวีซ่าที่เหมาะสมที่สุดของคุณ

เปรียบเทียบวีซ่า DTV กับวีซ่าประเภทอื่น ๆ (4 ประเภท)

ก่อนที่จะตัดสินใจยื่นสมัครวีซ่า DTV กับเรา เราจะเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของ วีซ่า DTV กับวีซ่าประเภทต่างๆ พร้อมอธิบายว่าวีซ่าแต่ละประเภทเหมาะกับใครบ้าง เพื่อหาวีซ่าที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณมากที่สุด

เปรียบเทียบวีซ่าแต่ละแบบ อย่างละเอียด

DTV Visa vs. Retirement Visa
ระยะเวลาวีซ่า (Validity)

 

• วีซ่าเกษียณอายุ (Retirement Visa):
 1 ปี → ต้องต่ออายุทุกปี

• วีซ่า DTV:
 5 ปี → สมัครครั้งเดียว ไม่ต้องต่ออายุทุกปี

ค่าใช้จ่าย

• วีซ่าเกษียณอายุ:
 – ค่าดำเนินการ + เอกสารผ่านเอเจนต์: ประมาณ 15,000 บาท/ปี
 – ประกันสุขภาพต้องมี: ประมาณ 30,000 บาท/ปี
 → รวมประมาณ 250,000 บาท (ตลอด 5 ปีขึ้นไป)

• วีซ่า DTV:
 – ประมาณ 50,000 บาท รวมทั้งหมด
  (ค่าวีซ่า + โปรแกรมมวยไทย + บริการผู้ช่วยยื่นวีซ่าของเรา)
 → ถูกกว่าประมาณ 5 เท่า
ขั้นตอนการดำเนินการ (Process)

• วีซ่าเกษียณอายุ:
 ต้องไปตม. ทุกปี ต่อคิวนาน และกรอกเอกสารหลายขั้นตอน

• วีซ่า DTV:
 สมัครออนไลน์ครั้งเดียว ใช้ได้ 5 ปี ไม่มีความยุ่งยากรายปี
กรณีที่วีซ่าเกษียณอายุดีกว่า

ข้อดีที่แท้จริงของวีซ่าเกษียณอายุมีเพียง:
• ใช้มานานมาก กฎระเบียบค่อนข้างนิ่ง
• สามารถเปิดบัญชีธนาคารในประเทศไทยได้

วีซ่า DTV เป็นวีซ่าใหม่ และ ยังไม่สามารถใช้เปิดบัญชีธนาคารได้ในขณะนี้

ประสบการณ์ของเราสำคัญอย่างไร

แม้ว่าวีซ่า DTV จะเป็นวีซ่าใหม่ แต่เรามีประสบการณ์ในการยื่นวีซ่า DTV จนสำเร็จเป็นจำนวนมาก

เรารู้ว่า:
• แต่ละสถานทูตต้องการเอกสารแบบใด
• ควรเตรียมหลักฐานทางการเงินอย่างไรให้ถูกต้อง
• วิธีลดความผิดพลาดและลดโอกาสที่จะถูกปฏิเสธวีซ่า

การสมัครวีซ่า DTV กับเรา จะช่วยให้คุณมีโอกาสได้วีซ่า DTV มากขึ้น

เมื่อไหร่วีซ่าเกษียณอายุจะเหมาะกว่า? (จากมุมมองของเรา)

พูดตรง ๆ คือ เหมาะเฉพาะบางกรณีเท่านั้น:

👉 คุณชอบไปสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุกปี
👉 คุณอยากฝึกภาษาไทยด้วยการอ่านกฎหมายตรวจคนเข้เมือง ที่ซับซ้อน
  (เพื่อประหยัดค่าเอเจนต์และยื่นเอง)
👉 คุณต้องการบัญชีธนาคารไทยมาก และไม่สามารถใช้ชีวิตได้หากไม่มีบัญชีธนาคารในประเทศไทย

นอกเหนือจากกรณีเหล่านี้…
วีซ่า DTV แทบจะเป็นตัวเลือกที่ถูกกว่า ง่ายกว่า และสะดวกกว่าสำหรับการใช้ชีวิตระยะยาวในประเทศไทย

ระยะเวลาวีซ่า (Validity)

วีซ่า DTV

• อายุวีซ่ารวม 5 ปี
• เข้า–ออกได้หลายครั้ง
• พำนักได้ ครั้งละ 180 วัน

วีซ่า LTR

• อายุวีซ่ารวม 10 ปี
• เข้า–ออกได้ไม่จำกัด
ไม่มีจำกัดวันต่อครั้ง → สามารถพำนักต่อเนื่องได้ยาว


ค่าใช้จ่าย (Cost)
วีซ่า DTV

• ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 50,000 บาท
 – ค่าวีซ่า 10,000 บาท
 – คอร์สมวยไทย + โปรแกรมผู้ช่วยยื่นวีซ่ากับเรา 39,990 บาท

เป็นตัวเลือกที่ประหยัดที่สุดสำหรับการพำนักระยะยาว (คุ้มค่าที่สุด)


วีซ่า LTR

• ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 100,000 บาท

• ค่าวีซ่า 50,000 บาทต่อคน
• ค่าดำเนินการเอเจนต์ประมาณ 40,000–60,000 บาท

(แม้ว่าจะสามารถยื่นเองได้ แต่เอกสารและขั้นตอนมีความซับซ้อนมาก แนะนำให้ใช้เอเจนต์ดำเนินการให้)


ขั้นตอนการสมัคร (Process)
วีซ่า DTV

• สมัครออนไลน์ ครั้งเดียว
• ระยะเวลาพิจารณาเร็ว (ประมาณ 1–4 สัปดาห์)
• ใช้เอกสารน้อยกว่า LTR มาก


วีซ่า LTR

• ใช้เอกสารจำนวนมาก
 (หลักฐานรายได้ เอกสารภาษี หนังสือรับรองจากบริษัท ฯลฯ)
• ใช้เวลาพิจารณาประมาณ 2 เดือน
• ต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ + ตรวจสอบประวัติ
• ต้องซื้อประกันสุขภาพ
ต้องยื่นในกรุงเทพฯ ไม่สามารถยื่นออนไลน์ได้


กรณีที่วีซ่า LTR ดีกว่า DTV

• พำนักได้ไม่จำกัดวันต่อครั้ง (DTV จำกัด 180 วัน)
• อายุวีซ่า 10 ปี (DTV 5 ปี)
• สามารถเปิดบัญชีธนาคารในประเทศไทยได้
• ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี


กรณีที่วีซ่า DTV ดีกว่า LTR

• สมัครง่ายและเร็วกว่า
• สมัครออนไลน์
ไม่มีเงื่อนไขรายได้ขั้นต่ำ (แสดงเพียงหลักฐานเงินทุน)
• ไม่จำเป็นต้องซื้อประกันสุขภาพ


ใครเหมาะกับวีซ่า LTR มากที่สุด?

• ผู้ที่ไม่ต้องการเดินทางออกนอกประเทศปีละ 2–3 ครั้ง
• ผู้ที่ต้องการสิทธิประโยชน์ด้านภาษี
• ผู้ที่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารไทย
• ผู้ที่มีเอกสารการเงินชัดเจน
 (เช่น เงินบำนาญ หรือรายได้จากเงินปันผล)


วีซ่า LTR มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูงกว่า แต่ถ้าคำนึงถึงการที่ไม่ต้องเข้าออกประเทศไทยไม่บ่อยๆ วีซ่า LTR มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า วีซ่า DTV และมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนกว่า และไม่ต้องเดินทางเข้า–ออกประเทศบ่อย
หากคุณมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ วีซ่านี้ถือเป็น ทางเลือกที่ง่ายที่สุดสำหรับการพำนักระยะยาว

หากคุณกำลังพิจารณา สมัครวีซ่า LTR แทนวีซ่า DTV
สามารถติดต่อเราได้ เราสามารถแนะนำ เอเจนต์วีซ่า LTR ที่เชื่อถือได้ เพื่อดูแลขั้นตอนทั้งหมดให้คุณ

(เราจะได้รับค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อยจากการแนะนำ แต่คุณจ่ายราคาเท่ากับลูกค้าทั่วไป)

ระยะเวลาวีซ่า (Validity)
วีซ่า DTV

• วีซ่าอายุ 5 ปี
• พำนักได้ ครั้งละ 180 วัน (ออกนอกประเทศแล้วกลับเข้าใหม่เพื่อรับ 180 วันอีกครั้ง)

วีซ่า Elite

• อายุวีซ่า 5–20 ปี ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ
• ไม่มีข้อจำกัดระยะเวลาต่อครั้ง (โดยทั่วไปพำนักได้ครั้งละ 1 ปี)

ค่าใช้จ่าย (Cost)
วีซ่า DTV

• ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 50,000 บาท
 – ค่าวีซ่า 10,000 บาท
 – คอร์สมวยไทย + บริการช่วยยื่นวีซ่า 39,990 บาท

วีซ่า Elite

• ประมาณ 650,000 – 2,000,000+ บาท
• บางแพ็กเกจมี ค่าบริการรายปีเพิ่มเติม

ขั้นตอนการสมัคร (Process)
วีซ่า DTV

• สมัครออนไลน์ครั้งเดียว
• ใช้เอกสารระดับปานกลาง
• ระยะเวลาพิจารณา 1–4 สัปดาห์
• ไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารในไทยได้

วีซ่า Elite

• ขั้นตอน ง่ายมาก
• ใช้เอกสารน้อยมากหรือแทบไม่มี
• ระยะเวลาพิจารณาประมาณ 2 เดือน
• สามารถเปิดบัญชีธนาคารในประเทศไทยได้
• ไม่ต้องแสดงรายได้หรือหลักฐานทางการเงิน

กรณีที่วีซ่า Elite ดีกว่า DTV

• ไม่มีเงื่อนไขรายได้
• อายุวีซ่าสูงสุด 20 ปี
• บริการ Fast Track ที่สนามบิน
• มีสายด่วน Concierge
• เปิดบัญชีธนาคารไทยได้
• ไม่ต้องทำบอร์เดอร์รัน

Elite = First Class — สะดวกสบายสูงสุด เอกสารแทบเป็นศูนย์
ใครเหมาะกับวีซ่า Elite มากที่สุด?

วีซ่า Elite เหมาะสำหรับผู้ที่ ไม่ต้องการเตรียมเอกสารใด ๆ
คุณเพียงชำระค่าธรรมเนียม และได้รับวีซ่าระยะยาวทันที —
ไม่ต้องแสดงรายได้ ไม่ต้องตรวจสอบแหล่งเงิน และไม่มีเงื่อนไขซับซ้อน

หากคุณเป็น นักลงทุนคริปโต ผู้มีสินทรัพย์สูง หรือทำธุรกิจที่ไม่ต้องการเปิดเผยแหล่งรายได้
วีซ่า Elite คือทางเลือกที่ง่ายที่สุด

สิทธิพิเศษที่สนามบินเป็นเพียงข้อดีรอง
ข้อดีที่แท้จริงคือไม่ต้องใช้เอกสารใด ๆ:
จ่ายเงิน → ได้วีซ่า → พำนักระยะยาวได้ทันที

หากคุณสนใจสมัคร วีซ่า Elite
เราสามารถแนะนำ เอเจนต์ที่เชื่อถือได้ ให้ดูแลขั้นตอนทั้งหมด
คุณชำระราคาเท่ากับลูกค้าทั่วไป (เอเจนต์ได้รับค่าตอบแทนจากบริษัท Elite Visa โดยตรง)
และเราจะได้รับค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อยจากการแนะนำ

วีซ่า DTV เหมาะสำหรับใคร

วีซ่า DTV เหมาะมากสำหรับคนที่อยากอยู่ไทยยาว แต่ไม่อยากปวดหัวกับขั้นตอนวีซ่าที่ยุ่งยาก หรือเสียค่าเอเจนต์แพง ๆ

หลายคนอาจมาเที่ยวไทยแค่ช่วงสั้น ๆ แล้วกลับหลงรักเมืองไทยจนอยากจะใช้ชีวิตระยะยาวที่นี่ — คนไทยเป็นมิตร ค่าครองชีพไม่แพง อาหารอร่อย ไลฟ์สไตล์ดี อยู่สบาย

ซึ่งก่อนหน้านี้การจะขอวีซ่าอยู่ไทยระยะยาวมีข้อจำกัดเยอะมาก เช่นวีซ่าเกษียณอายุที่จำเป็นต้องมีอายุ50 ปีขึ้นไป หรือ วีซ่าอีลิท ที่ต้องมีค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าเกือบ 7 แสนบาท 

วีซ่า DTV ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับยุคสมัยที่ชาวต่างชาติสมัยใหม่เลือกที่จะย้ายที่พักอาศัย ย้ายที่ทำงานมาอยู่ในประเทศที่มีค่าครองชีพไม่ แพง ผู้คนเป็นมิตรแบบประเทศไทย  

วีซ่า DTV ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของชาวต่างชาติกลุ่มนี้ ถ้าชาวต่างชาติ เป็นคนที่อายุยังไม่ถึง 50 ปี และไม่มี รายได้แบบ passive income ถึงเดือนละ 250,000 บาทวีซ่า DTV เป็นวีซ่า ที่ดีที่สุด ที่คุณควรสมัครทันที

มี 3 ทางเลือกในการขอวีซ่า DTV

การขอโดยใช้การทำงานระยะไกล/อาชีพอิสระ

เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถทำงานออนไลน์จากที่ใดก็ได้ในโลก

ในการสมัครผ่านช่องทางนี้ คุณต้องแสดงเอกสารประกอบเพื่อพิสูจน์ว่า:

  • คุณมีงานประจำหรือทำงานอิสระ (ฟรีแลนซ์)

  • คุณมีรายได้เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตและพำนักอยู่ในประเทศไทย

สำหรับเอกสารที่ใช้ในการสมัคร เราจะมีการอธิบายแบบละเอียดอีกครั้งในเรื่องเอกสารที่ใช้ในการสมัครวีซ่า DTV

รัฐบาลไทยเข้าใจดีว่ามีชาวต่างชาติหลายคนอยากมาอยู่เมืองไทย เพื่อท่องเที่ยว ใช้ชีวิต และสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น บางคนอาจถึงขั้นมาแล้วเจอความรักด้วยซ้ำ


แต่คนกลุ่มนี้มักไม่มีสัญญาจ้างงานหรือเอกสารทางการเหมือนผู้ที่สมัครวีซ่า DTV แบบการทำงานระยะไกลหรือ อาชีพอิสระ

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงจัดทำโครงการที่เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติได้เรียนรู้กิจกรรมที่ประเทศไทยภาคภูมิใจ เช่น มวยไทย และการทำอาหารไทย

เมื่อคุณสมัครเรียนกับสถาบันที่เข้าร่วมโครงการเป็นระยะเวลาต่อเนื่องระยะยาว คุณสามารถนำเอกสารไปใช้ยื่นขอวีซ่า DTV ได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกโรงเรียนจะมีคุณสมบัติเข้าร่วมสถานทูตไทยจะมีรายชื่อโรงเรียนที่ได้รับการรับรองสำหรับการยื่นวีซ่า DTV


ดังนั้นก่อนสมัครเรียน ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าโรงเรียนที่คุณเลือกอยู่ในรายชื่อที่ถูกต้อง

FITFAC Muay Thai เป็นหนึ่งในสถาบันที่ได้รับการรับรองสำหรับวีซ่า DTV และเราพร้อมแนะนำเอกสารที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการยื่นขอวีซ่าของคุณตลอดขั้นตอน

เส้นทางนี้เปิดโอกาสให้ คู่สมรสและบุตรที่อยู่ในความอุปการะ ของผู้ถือวีซ่า DTV สามารถเดินทางและพำนักอยู่ในประเทศไทยได้


โดยสามารถยื่นขอวีซ่าในฐานะผู้ติดตามได้ หากสามารถแสดงหลักฐานความสัมพันธ์กับผู้ถือวีซ่า DTV หลักได้อย่างถูกต้อง

การยื่นขอวีซ่า DTV จำเป็นต้องใช้เอกสารสนับสนุนที่สถานทูตไทยรับรอง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
Workcation / Soft Power / Spouse

การเลือกว่าคุณควรยื่นขอวีซ่า DTV แบบใด ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
ประเทศที่ออกพาสปอร์ตของคุณ
ลักษณะงานหรืออาชีพที่คุณทำ
ความพร้อมของเอกสารทางการเงิน
และแผนการพำนักของคุณว่าจะอยู่ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดอื่น

ที่ FITFAC แม้เราจะเป็นยิมมวยไทยเป็นหลัก แต่เรายังมีบริการ ให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่ต้องการยื่นขอวีซ่า DTV ผ่านเส้นทาง Workcation (Route 1) โดยทีมงานจะช่วยประเมินว่าเส้นทางใดเหมาะกับคุณมากที่สุด

หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถคลิก

ทำไมถึงควรสมัครกับ FITFAC

หรือหากคุณพร้อมเริ่มขั้นตอนการสมัคร สามารถกดปุ่ม สมัครเลย ได้เช่นกัน

WhatsApp LINE Email