1. ค่าธรรมเนียมสถานทูต
ค่าธรรมเนียมสถานทูต (จ่ายโดยตรงให้กับสถานทูต)
สถานทูตส่วนใหญ่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมระหว่าง 10,000–14,000 บาท (≈ 300–400 USD)
เนื่องจากแต่ละสถานทูตกำหนดราคาและข้อกำหนดเอกสารของตนเอง ค่าใช้จ่ายจึงแตกต่างกันไป
ตัวอย่างเช่น: สถานทูตไทยใน นิวซีแลนด์ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่า DTV ประมาณ 2,000 NZD (≈ 37,000 บาท หรือ 1,100 USD) ซึ่งมีราคาแพงที่สุดในโลก — แต่โดย 99% ของสถานทูตไทยทั่วโลกจะคิดค่าธรรมเนียมอยู่ระหว่าง 10,000–14,000 บาท (300–400 USD)
การชำระเงินทำได้โดยใช้ บัตรเครดิต (เฉพาะ Visa หรือ MasterCard) ผ่านเว็บไซต์ Thaievisa.
2. ค่าเอกสารสำหรับยืนยันจุดประสงค์ในการมาอยู่เมืองไทยระยะยาว
2.1 หมวด Workcation / Freelance / Digital Nomad
ในกรณีนี้ โดยทั่วไป ไม่มีค่าใช้จ่าย เนื่องจากคุณเป็นผู้จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดและยื่นให้กับสถานทูตโดยตรง
สำหรับหมวด คู่สมรสหรือบุตรที่อยู่ในความอุปการะ (Dependent Children) ก็เช่นกัน ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยคุณเพียงต้องใช้ข้อมูลวีซ่า DTV ของคู่สมรสประกอบการยื่นคำขอเท่านั้น
2.2 หมวด Soft Power
หากคุณยื่นขอวีซ่าภายใต้หมวด Soft Power นี่คือส่วนที่คุณจำเป็นต้องชำระ
ค่า คอร์สที่คุณลงทะเบียน (จดหมายตอบรับจากสถาบัน) โดยโรงเรียนสอนทำอาหารหรือค่ายมวยไทยส่วนใหญ่มักกำหนดให้ผู้สมัคร ชำระค่าเรียนล่วงหน้า ก่อนจึงจะออกจดหมายดังกล่าวให้
ค่าเรียนจะแตกต่างกันไปตามสถาบัน แต่โดยทั่วไปสามารถประเมินค่าใช้จ่ายได้ที่ประมาณ
30,000–100,000 บาท (≈ 900–2,800 USD)
สถานทูตไทยมีแนวโน้มที่จะพิจารณาออกวีซ่า DTV ให้กับผู้สมัครที่ลงเรียน หลักสูตรระยะยาว มากกว่าหลักสูตรระยะสั้น
(เพราะ DTV เป็นวีซ่า 5 ปี ยิ่งคุณมีคอร์สเรียนระยะยาวเท่าไหร่โอกาสได้วีซ่าก็จะสูงขึ้นเท่านั้น)
ในบางกรณี หากเป็นหลักสูตรระยะสั้น 3–6 เดือน สถานทูตอาจออกให้เพียง วีซ่าแบบ Multiple Entry ระยะเวลา 6 เดือน แทนวีซ่า DTV 5 ปี
โดยทั่วไป สถานทูตไทยจะมีโอกาสพิจารณาอนุมัติวีซ่ามากขึ้น หากผู้สมัคร สมัครเรียนในแพคเกจที่สะท้อนถึง ความตั้งใจจริงในการเข้าเรียน Softpower ตามที่ทางรัฐบาลกำหนด
หากโรงเรียนเสนอคอร์สในราคาเพียง 10,000–15,000 บาท (≈ 300–500 USD)
เช่น เรียนมวยไทย 20 ครั้ง ภายใน 6 เดือน ใบสมัครของคุณอาจถูกปฏิเสธได้ เนื่องจากมูลค่าหลักสูตรไม่สอดคล้องกับการขอวีซ่าระยะยาว 5 ปี
แม้ในบางกรณี คุณอาจยังได้รับวีซ่า DTV จากหลักสูตรสั้น (เช่น เพื่อนของคุณอาจเคยได้รับเมื่อปีที่แล้ว)
แต่แนวทางนี้อาจไม่ใช้ได้อีกต่อไป เนื่องจากสถานทูตไทยมีการ เข้มงวดด้านเอกสารมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง(ทั้งเรื่องระยะเวลาของหลักสูตร เอกสารที่รับรองของโรงเรียนที่ยื่นขอ และหลักฐานการเงินที่ทางสถานทูตขอเอกสารมากขึ้น)
จากประสบการณ์ตรงของเราเอง ที่ ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี เอกสารที่ต้องใช้เพิ่มจากไฟล์ 3 หน้า เป็นมากกว่า 20 หน้า(ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทางสถานทูตต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ)
การเลือกหลักสูตรระยะยาวจากสถาบันหรือยิมที่มีชื่อเสียง จะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติอย่างมาก ถ้าเทียบกับคอร์สสั้นๆ ราคาถูก ไม่มีคนรู้จัก
3. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
1. ค่าบริการเอเจนซี่
เอเจนซี่ส่วนใหญ่มักเรียกเก็บค่าบริการช่วยยื่นวีซ่าอยู่ที่
9,000–20,000 บาท (≈ 300–600 USD)
ที่ FITFAC เราคิดค่าบริการแบบเหมาจ่ายเพียง
9,000 บาท (≈ 300 USD) สำหรับการตรวจเอกสารและให้คำปรึกษา
ทีมงานผู้มีประสบการณ์ของเรา (ดูแลมาแล้วกว่า 600 เคส ณ ปี 2025) จะช่วยคุณในด้านต่าง ๆ ดังนี้
- ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด
- แนะนำเอกสารที่ควรแนบเพิ่มเติม
- แนะนำสถานทูตที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการยื่น
- ให้คำแนะนำการเตรียมตัวสัมภาษณ์ (หากมี)
เรามุ่งเน้นเพิ่มโอกาสการอนุมัติสูงสุด และหากวีซ่าของคุณถูกปฏิเสธ เรายินดีคืนเงิน 100% ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เอเจนซี่ส่วนใหญ่ไม่เสนอ
2. ค่าตั๋วเครื่องบิน
ผู้สมัครที่อยู่ในประเทศไทยอาจจำเป็นต้องเดินทางไปยื่นคำขอที่ประเทศใกล้เคียงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
3. ค่าบริการแปลและรับรองเอกสาร
หากเอกสารทางการเงินหรือเอกสารธนาคารของคุณไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษ สถานทูตไทยจะกำหนดให้ต้องมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ
ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการแปลและการรับรองเอกสาร ขึ้นอยู่กับลักษณะเอกสารของแต่ละบุคคล
โดยสรุป ค่าใช้จ่ายรวมในการขอ วีซ่า DTV สามารถอยู่ในช่วงตั้งแต่
10,000–100,000 บาท (≈ 900–2,800 USD) ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและสถานการณ์ของแต่ละคน
หากต้องการทราบค่าใช้จ่ายที่แม่นยำตามกรณีของคุณ สามารถติดต่อเราได้ ทีมงานของเรายินดีช่วยประเมินค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้คุณโดยละเอียด
คลิกที่นี่